ตามไปดูสิ่งที่ควรรู้สำหรับใครก็ตามที่สนใจเรื่องการเริ่มธุรกิจด้วยการสร้างชุมชนคนออนไลน์หรือ Community อ่านจบแล้วคุณรู้ทันทีว่า อะไรคือบุญที่ควรทำ และบาปที่ควรละเว้น หากคุณจะสร้างธุรกิจจากชุมชนออนไลน์ของตัวเอง
       
       ***เริ่มธุรกิจจากการเป็นคนกลาง ด้วย Community
       (บทความโดย สุทธิพงศ์ ชลวิไล www.WeddingSquare.com)
       
       หากเราไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้า ไม่มีทำเลที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสายสัมพันธ์ใดๆ ไม่มียี่ห้อ ซ้ำไปกว่านั้น ยังไม่มีแหล่งเงินทุนก้อนโต การเริ่มต้นธุรกิจเว็บไซต์จะเป็นไปได้อย่างไร คำตอบคือเป็นไปได้ เพราะเว็บไซต์ WeddingSquare.com และอีกหลายเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ล้วนแต่มีคุณสมบัติครบทุกข้อที่กล่าวมา
       
       ผมได้รวบรวมหลักการณ์ แง่คิด รวมถึงประสบการณ์ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ให้บริการและบริหารเว็บไซต์ community มาเป็นบทความนี้ ซึ่งหวังว่าคุณผู้อ่านจะสามารถเลือกใช้และต่อยอดได้อย่างเต็มที่
       
       1. มองหากลุ่มธุรกิจที่เล็กชัดเจนและมีมูลค่ามากพอ : หลากหลายกลุ่มสังคมที่ยังมีว่างพร้อมให้ผู้ที่มุ่งมั่น ลงมือทำ พิจารณาศักยภาพในอนาคต สินค้าและบริการที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นหมายถึง มูลค่าของเว็บที่จะเติบโตและหยั่งยืนต่อไป
       
       แม้จะเป็นกลุ่มสังคมเล็กๆ แต่หากมีอำนาจใช้จ่ายสูง ก็ย่อมเป็นที่ปราถนาของบรรดาเจ้าของสินค้า ผิดกับเว็บที่มีสารพัดแต่กลายเป็นจับฉ่ายราคาถูกไป
       
       ที่สำคัญ อย่าฆ่าตัวตายด้วยการทำตามๆ กันไป หรือทำเพราะตามกระแส ขอยืนยันว่าหนทางสู่ความสำเร็จนั้นไม่มีสูตรตายตัว
       
       2. เข้าใจความเป็นไปและธรรมชาติของเครือข่าย : เพราะว่า 1 + 1 อาจไม่เท่ากับ 2 การเพิ่มขึ้นของลูกค้าหรือสมาชิกเว็บไซต์ 1 ราย จะสร้างคุณูปการณอย่างทวีคูณให้กับเว็บไซต์ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของ network effect (ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Network_effect
       
       สิ่งที่คุณควรทำคือ จงให้ความสำคัญลงลึกถึงจิตใจ ต่อสมาชิกให้มากเข้าไว้
       

       3. เข้าใจความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ : ถึงแม้ CyberSpace จะเป็นโลกออนไลน์ แต่ประชากรในนั้น ยังคงเป็นมนุษย์แบบเรา ๆ ท่าน ๆ กฎความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ (ดูรายละเอียดท้ายบทความ) จึงยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ
       
       เว็บชุมชนนั้นจะถูกขับเคลื่อนไปได้เองเมื่อสมาชิกได้รับการตอบสนอง จากความต้องการของมนุษย์ในขั้นที่ 3 “ความต้องการความรัก และการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม” และขั้นที่ 4 “ความต้องการได้รับการยกย่องจากผู้อื่น” ดังนั้นการวางโครงสร้าง และรูปแบบเว็บไซต์ ควรเอื้อต่อการแสดงความเป็นตัวตน การเชื่อมความสัมพันธ์ และการยกย่องเพื่อนสมาชิกด้วยกัน
       
       ยกตัวอย่างเช่น ระบบสามารถแสดง Avatar “icon ประจำตัว”, Signature เมื่อตั้งหรือตอบกระทู้ ฯลฯ
       
       4. เรียนรู้จากผู้นำในตลาดอื่นๆ : โดยธรรมชาติ หลักการของเว็บ community ไม่มีอะไรแตกต่างกัน อยู่ที่วิธีการยึดเหนี่ยวสมาชิก ให้อยากเข้าแล้วเข้าอีก
       
       คุณสามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้จากเว็บใหญ่ ที่เป็นผู้นำในตลาด แล้วเอามาปรับใช้ดู
       
       5. ระยะเริ่มต้น ควบคุมต้นทุนให้ต่ำเข้าไว้ : ในความหมายนี้คือการใช้เงินในการดำเนินการในส่วนที่จำเป็นจริงๆ เพราะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว
       
       ขณะเดียวกัน การที่รายรับยังไม่มีเข้ามา การควบคุมรายจ่ายย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ธุรกิจคุณอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่าหลงไปกับการตกแต่งสำนักงานใหญ่โต หรือจ้างพนักงาน ที่ไม่ได้ช่วยก่อให้เกิดมูลค่ากับธุรกิจจริงๆ
       
       6. คุ้มค่าคุ้มเวลา ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างก่อน : การเกี่ยวข้องกับสมาชิกเว็บจำนวนมาก หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้ว่า ความต้องการของคนกลุ่มใหญ่มีอะไรบ้าง เมื่อจะมีสิ่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาในเว็บไซต์ ควรพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกที่จงรักภักดี ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยกับเราก่อน
       
       การแลกเปลี่ยนหลายครั้งอาจจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ เพิ่มเติม และเมื่อกลุ่มย่อยยอมรับ ย่อมเป็นสัญญาณที่ดี ให้ลงมือทำต่อได้
       
       7. ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง : คิดถึงผู้ชมเว็บเป้าหมาย ก่อนเป็นอันดับแรก คุณควรทำสิ่งที่สมาชิกต้องการ ด้วยการจินตนาการว่าตัวเองเป็นสมาชิกและกำลังเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาดู
       
       คุณควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ อยากเห็นอะไร อยากอ่านอะไร คลิกตรงไหน จงพร้อมที่จะเปลี่ยนแม้ตัวเองไม่เห็นด้วย หากการเปลี่ยนนั้นเป็นผลดีกับชุมชนในเว็บไซต์
       
       8. มองรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ : สำรวจเว็บไซต์ในธุรกิจประเภทเดียวกัน มองหาข้อดี เพื่อนำมาปรับปรุง และมองหาข้อเสีย เพื่อไม่เอาเป็นแบบอย่าง
       
       ตรงนี้มีกฎอยู่ 3 ข้อ คือทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จงพร้อมที่จะปรับตัวให้ทัน และคิดไปข้างหน้าก่อนคนอื่น
       

       9. แสวงหาความรู้ : เพราะการขยายตัวของชุมชน ย่อมเกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามมาเสมอ การที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ ผู้บริหารเว็บไซต์จะต้องไม่หยุดนิ่งในการที่จะแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ
       
       ความรู้หลาย ๆ อย่างหาได้ง่าย ๆ จากอินเตอร์เน็ต จงเรียนรู้แล้วนำไปประยุกต์ใช้ จะประหยัดเวลาลองผิดลองถูกไปได้มาก
       
       10. อย่าเห็นแก่ของฟรี : เมื่อทราบแล้วว่าจะเข้าสู่การสร้าง community กลุ่มใด นอกจากความตั้งมั่น ตั้งใจแล้ว หัวใจของเว็บประเภทนี้คือ ผู้คนที่จะมาทำให้เว็บเกิดความมีชีวิตชีวา ความคึกคัก ซึ่งจะอยู่บนระบบการสื่อสารโต้ตอบ ที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า webboard หรือ forum และในโลกของอินเตอร์เน็ต มีโปรแกรมประเภทที่ว่านี้มากมาย จงเลือกอันที่เหมาะกับกลุ่มมากที่สุด โดยต้องคำนึงถึงสมาชิกที่จะเข้ามาใช้งานเป็นหลัก
       
       อย่าลืมว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจของเว็บไซต์ จงยอมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้โปรแกรมที่เหมาะที่สุด ดีกว่าเลือกใช้ของฟรีแต่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ
       
       11. ปรับแต่งพร้อมเสริฟ : การทำธุรกิจใดๆก็ตาม ย่อมเหมือนกับการทำอาหารสักจานให้อร่อยจนติดปลายลิ้น คนชิมเอ่ยปากขอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น สถิติวัดจำนวนผู้เข้าชม หน้าติดต่อกลับ อัตราค่าโฆษณา ระบบแจ้งลบ ล้วนแล้วแต่เป็นเหมือนเครื่องปรุง ที่ละเลยไม่ได้ อีกทั้งยังบ่งบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพความตั้งใจ ทุ่มเทให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี
       
       12. อย่ากังวลเรื่องรายได้ : ประมาณกันว่า ระยะเวลาสร้างรายได้ของเว็บไซต์ community ในไทยนั้น อย่างเร็วที่สุดอยู่ที่ 1 ปี และอย่างช้าไม่ควรเกิน 2 ปี ดังนั้นช่วงเวลา 1-2 ปีแรก อย่าพะวงกับการไม่มีโฆษณา จงมุ่งมั่นสร้างชุมชนให้มาก เสริมจุดที่ขาด เอาใจใส่สมาชิก สอดแทรกเนื้อหา อย่างสม่ำเสมอ และ คอยตามข่าวคราวในวงการ จนแน่ใจได้ว่า ทุกอย่างที่ทำ จะมุ่งไปสู่จุดหมาย คือเว็บสังคมออนไลน์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ใหญ่ที่สุดของไทย
       
       อย่าลืมว่า ในแต่ละประเทศจะมีเว็บ community ในแต่ละประเภทธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ถ้าตำแหน่งที่ 1 ไม่ได้เป็นของคุณแล้วละก็ โอกาสที่รายได้จากการโฆษณามากพอที่จะอยู่รอด กับการทำเว็บนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
       
       หลายคนพอใจกับการทำเป็นอาชีพเสริม เพียงมีรายได้เล็กน้อยๆ เสริมจากงานประจำ สิ่งนี้ไม่ใช่สำหรับผู้เล่นมืออาชีพ เพราะสุดท้ายแล้ว จะต้องมีผู้เล่นมืออาชีพ เข้ามากวาดส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มที่คุณทำอยู่ ไปเกือบทั้งหมด นั่นเป็นคำถามว่า ทำไมคุณถึงไม่เป็นผู้เล่นมืออาชีพซะเอง เพราะรายรับจากการรับลงโฆษณาของเว็บที่เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มมากพอเพียงที่คุณจะใช้ชีวิตได้แบบสบาย ๆ มากกว่า ชีวิตมนุษย์เงินเดือนหลายเท่านัก
       
       13. สุดท้ายคือจุดสมดุล : การถ่วงดุลอำนาจระหว่าง สมาชิก และผู้ให้การสนับสนุน ควรต้องอยู่ในขอบเขตที่พอเหมาะพอสม ในฐานะที่เป็นเว็บตัวกลาง จะมีความอึดอัดบ้างเป็นเรื่องธรรมดาสุดท้ายต้องเอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
       
       อย่าให้สูญเสียความเป็นกลาง เพราะนั่นคือจุดจบของเว็บไซต์ประเภทนี้ที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง
       
       มาถึงจุดนี้แล้ว ถึงแม้หลักชัยที่วาดฝันไว้จะเป็นผลตอบแทนมากมาย สวยหรู แต่หนทางที่จะไปถึงนั้นไม่ง่ายนัก ใครๆ ก็อยากจะไปถึงก่อน
       
       อย่าลืมว่า ความอดทนต่ออุปสรรค, การคิดในแง่บวก และการไม่เข้าข้างตัวเอง จะเป็นเครื่องนำทางสู่ความสำเร็จจนได้
       

 


       

 

 


       ***ความต้องการ 5 ขั้นตามแนวความคิดของ Maslow
       
       ขั้นที่ 1 ความต้องการทางกาย (Physiological Needs) คือความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
       ขั้นที่ 2 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) คือความต้องการที่จะมีชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย
       ขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม (Love and Belonging Needs) มนุษย์เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับในกลุ่มที่ตนอยู่
       ขั้นที่ 4 ความต้องการได้รับการยกย่องจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs) เป็นความต้องการในลำดับต่อมา ซึ่งความต้องการในชั้นนี้ถ้าได้รับจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจใจตนเอง
       ขึ้นที่ 5 ความต้องการในการเข้าใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs)

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 สิงหาคม 2552

 

edit @ 3 Feb 2010 14:25:53 by Brain food อาหารสมอง

Comment

Comment:

Tweet

#2 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 02:24