Blog

Traffic of SEO

posted on 14 Feb 2010 12:42 by sarawutpat in Blog

เมื่อสิ่งสำคัญของการจราจรทางออนไลน์ คือปัจจัยสร้างความสมดุลในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ SEO ถูกหยิบขึ้นมาเคาะสนิมอีกครั้งเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการสร้างการจราจรให้กับบล็อก ถ้าจะกล่าวไปแล้วบล็อกการตลาดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสามารถสร้างความได้เปรียบทางการตลาดได้อย่างชัดเจน และมีความสามารถพอที่จะทำให้เกิดจำนวนผู้เยี่ยมชมมากพอที่จะสร้างเม็ดเงินให้กับบล็อกการตลาดนั้นๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับวันนี้ได้มาพบกันอีกครั้ง เมื่อผมพอจะมีเวลาว่างก็อยากจะนำเสนอหรือเล่าเรื่องราวของเส้นทาง แห่งโลกออนไลน์ของบล็อกการตลาดกันนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างกับต้นเดือน พ.ย. 52 นี้สำหรับผมเองก็ต้องยอมรับครับว่ามีหลายอย่างฟืดเหมือนกันครับ ไม่ค่อยกระดิกสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องไปรอลุ้นกันในตอนปลายของเดือนครับว่าจะโอเคหรือไม่นั่นเอง เอาหละเดี๋ยวเราไปเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

ภายหลังการวางแผนด้านโครงสร้างทางด้านการเยี่ยมชม (Traffic) จุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นรูปแบบของ Search Engine Optimization (SEO) แต่ใช่ว่าเราจะสามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้น๊ะจะบอกให้ มันต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและองค์ประกอบในหลายๆ ด้านด้วยกันไม่ว่าจะเป็น “เนื้อหา” , “จำนวนลิงค์” , “รูปภาพ” , และหน้าตาของบล็อกการตลาดของเรา ข้อสำคัญที่สุดก็คือมันจะต้องเป็นแบบ Creating SEO Friendly Content ด้วยน๊ะขอบอก หลายท่านชักเิริ่มสงสัยว่า อ้าว…แล้วมันจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเนื้อหาส่วนใหญ่ที่เรานำมาทำการตลาดสินค้านั้นเราต้องเอามาจากเว็บผู้ค้า หรือจากแหล่งผู้ค้าอื่นๆ ซึ่งจะมีโอกาสสูงที่จะซ้ำกัน อันนี้ผมตอบได้เลยว่า ซ้ำ 100% ครับไม่มีไม่ซ้ำ แต่ในกรณีนี้เขาถือว่าเป็นกรณีพิเศษครับ

ที่ผมบอกว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ เป็นองค์ประกอบนั้นก็คือตรงนี้หละครับ ในบางกรณี Search Engine เองก็ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรตายตัว โดยเฉพาะกรณีของสินค้าและบริการต่างๆ เพราะว่ารายละเอียดสินค้านั้นมันก็เหมือนๆ กันเขาจะใช้กลวิธีอย่างอื่นในการวิเคราะห์ประเมินความได้เปรียบทางด้าน SEO และทำการจัดอันดับให้โดยไม่ซ้ำซ้อนกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นผมจะลองค้นหาข้อมูลมานำเสนอให้ได้อ่านกันในเร็วๆ นี้ครับ

เมื่อถึงตอนที่เราต้องนำสินค้าและบริการมาพูดถึง และต้องมีการแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ตามวิธีการของบล็อกการตลาด แล้วนั้นจุดหนึ่งที่ผมเองสังเกตุได้ชัดเจนก็คือ tag นั่นเองในบางกรณีการวาง tag ที่ดีก็ช่วยให้สินค้านั้นๆ ติดอันดับได้ดีและเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งในกรณีนี้ผมเองเคยทดสอบอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับคำ ที่ใช้ในการสร้าง tag ว่าจะช่วยให้ติดอันดับได้เร็วจริงๆ หรือไม่อย่างไรก็ได้ข้อสรุปดังนี้ครับว่า tag ช่วยให้หน้าเพจนั้นๆ ติดอันดับได้เร็วจริงๆ ครับแต่ว่าจะต้องเป็นคำที่มีการแข่งขันต่ำเอามากๆ หรือไม่ก็เป็นคำที่โดนจริงๆ ฟังดูก็ไม่ต่างไปจากการวางแผนด้านการใช้ keyword ในการสร้างเว็บเท่าใดนัก จุดนี้แหละครับที่มีเหมือนกันอย่างแยกไม่ออก

จากสถิติผมที่เคยทำงานมา จะทำให้เว็บติด index ได้เร็วหรือไม่ tag คือส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งเช่นกันครับ เร็วสุดที่ผมทำได้คือ 2-5 นาทีเท่านั้นเอง (เร็วมากกกกกกกก) และสามารถทำอันดับได้ภายในเวลาแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ข้อเสียของการทำงานในลักษณะนี้ก็คือว่าจะติดอันดับอยู่ได้แค่ 24 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นแล้วจะหายไป กว่าจะกลับมาใหม่อีกครั้งก็ราวๆ 2 สัปดาห์หรืออาจมากกว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยโดยรวมที่แต่ละท่านจะสามารถค้นพบได้ ที่สำคัญให้คอยสังเกตุครับว่า จะเร็วหรือช้าบางทีอาจขึ้นอยู่กับเนื้อหาด้วยครับว่ามีการ optimization เพิ่มเติมหรือไม่อย่างไรถ้ามีอาจมาได้เร็วกว่าที่กำหนด

 

บทความจาก Makemoney

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ และการตลาดในโลกออนไลน์ ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดที่จะทำให้เราสร้างความสำเร็จได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง แต่จะเชื่อหรือไม่ว่าบางครั้งเราเองก็ไม่ได้เรียนรู้จนจบเลยเสียทีเดียว กลับต้องมีการฝึกฝนและทำงานอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ รวมไปถึงวิธีการต่างๆ ที่ดีกว่าเดิมมากยิ่งขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับวันนี้ขอพักสายตาสักแป๊บมาเขียนบทความให้ได้อ่านกันเสียหน่อยหลังจากที่ได้ หายไปนานเหมือนกันเพราะติดงานที่ต่างจังหวัด แต่ก็กลับมาแล้วครับยังคิดถึงทุกๆ ท่านเหมือนเคยครับและก็กำลังคิดหาโอกาสได้พบปะกันอีกสักครั้งในเดือนนี้หรืออาจเดือนหน้าในช่วงวันเกิดของผมนั่นเองครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากที่บางท่านอาจทำงานอยู่และทำมาอย่างต่อเนื่องยังไงก็ขอให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วนะครับ เอาหละเดี๋ยวเราไปต่อกันที่เรื่องราวของวันนี้เลยดีกว่าครับ

จุดเริ่มต้นในแรกเริ่มนั้นคือการคิด (ที่อาจไม่มีสาระสำคัญอะไรมากมายนักนะครับ) แต่ว่าเมื่อเราได้ทดสอบการทำงานต่างๆ ในแบบต่างๆ กันรูปแบบการเรียนรู้จะเปลี่ยนไปและได้ผลที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน เมื่อตอนที่ผมเองก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งโลกการค้าออนไลน์นั้น เหมือนกับเดินอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบเพียงคนเดียวเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือไม่สามารถจะพูดคุยหรือปรึกษาอะไรใครได้เลยเพราะพูดกันคนละภาษานั่นเอง ความเข้าใจในหลักการทางการตลาดเราอาจได้เรียนรู้จากตำรา และบทเรียนต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นแค่การสมมติให้เราเรียนรู้เท่านั้นในสถานการณ์จริงเราจะเจอกับหลายอย่างมากมายเลยก็ว่าได้

สะดุดที่ตอแรกเรื่อง Search Engine Optimization (SEO) งานนี้ไม่มีหมูครับเพราะเรามาจากการทำงานออฟฟิศ (หมายถึงผมนะครับ) ที่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ หรือเดินอยู่แต่ในโรงงานที่ไม่ได้ทำอะไรหนักๆ มากนักที่สำคัญทุกอย่างจะมีคนคอยช่วยเหลือเราแต่ในโลกออนไลน์ไม่มีครับ ต้องต่อสู้ด้วยตนเองและศึกษาหาหนทางกันเอาเอง ถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่องตามราว แต่ข้อสำคัญก็คืออย่าท้อถอย เพราะเมื่อเราท้อถอยเมื่อนั้นเราจะไม่รู้ในสิ่งที่อยากรู้ ผมก้าวเข้าสู่การศึกษาเรื่อง SEO อย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงแรกๆ นั้นก็มีทั้งที่ดีและไม่ดีรวมๆ กันไปแต่สุดท้ายก็เจอทางที่เหมาะกับเรามากยิ่งขึ้นจนได้

 

เมื่อมาถึงตอแรกก็หืดแทบขึ้นคอแล้วมาเจอตอที่สองนี่ยากกว่าเสียอีก นั่นก็คือแล้วจะทำอะไรดีเมื่อจะทำตลาดในโลกออนไลน์ เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อเราเข้าสู่การแข่งขันเราต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรนั่นเองแต่นี่มันมืดแปดด้านครับ เพราะว่าไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดีด้วยโชคหรือว่าบุญเก่ายังพอมีอยู่ผมก็ได้เปิดบล็อกแห่งนี้ที่ชื่อว่า makemany.com เพื่อบันทึกเรื่องราวที่ตนเองเรียนรู้มาและอยากให้คนอื่นๆ ได้ทราบว่าวิธีการต่างๆ เหล่านั้นเราทำอะไรไปบ้าง ในช่วงแรกๆ ก็เละเทะครับเพราะเนื้อหาไม่มีจุดยืนเลยสักอย่างนอกจากบ่นไปวันๆ เท่านั้นเองแต่สุดท้ายแล้วประสบการณ์ต่างๆ ก็สอนให้เราต้องเรียนรู้ว่าควรเริ่มต้นตรงไหนดีก็เลยกลายมาเป็น “บล็อกการตลาด” ในปัจจุบันโดยมีเนื้อหาครอบคลุมดังนี้

1. เรื่องราวเกี่ยวกับการตลาดแบบออนไลน์
2. คำว่าแบรนด์เริ่มมีบทบาทมากยิ่งขึ้น
3. SEO ได้รับการรวบรวมเอาไว้ในที่แห่งนี้
4. ทำจริงและเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟัง
5. เรื่องอื่นๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

เมื่อสองเรื่องราวได้ผ่านพ้นไปคราวนี้คือการทำงานจริงในโลกออนไลน์ด้วยการโคลนนิ่ง รูปแบบจากบล็อกแห่งนี้ไปเป็นบล็อกการตลาดที่ทำมาหากินได้กับการค้า สิ่งที่คิดไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นครับเพราะผมต้องเจอกับปัญหาด้านภาษาที่ไม่เอาถ่านอย่างผมเข้าไปอีก งานนี้ไม่หมูอีกแล้วอย่างนี้จะก้าวเข้าสู่โลกการค้าสากลได้อย่างไร ก็ได้ Dictionary เล่มเล็กๆ มาคอยช่วยเหลือแต่ก็เสียเวลานานทีเดียวจนสุดท้ายเอาวะ ก๊อปปี้มันอย่างเดียวนี่แหละลองๆ ทำดูก็เข้าท่าแหะเริ่มมีคนเข้าบล็อกมาเป็นคนต่างชาติซะด้วยตอนนั้นนี่ดีใจมากๆ เลยแต่ลืมนึกไปว่าอ่อยังทำเงินไม่ได้สักแดงเดียว เลยต้องทำๆ แล้วก็ทำ ไปก่อนจนเริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างจนได้เมื่อ คนที่เข้ามาเริ่มมีการซื้อของจากบล็อกของเรา เฮ้อค่อยยังชั่วหน่อย แต่พระเจ้ามันยอดมากคลิกวันเป็นร้อยๆ ขายหนังสือได้เล่มเดียวต่อวันจะทำไงดีหละทีนี้

ต่อสะดุดอีกครั้งกับ SEO ของจริง นั่นไงว่าแล้วเราต้องวัดกึ๋นกันสักหน่อยว่าเจ๋งจริงหรือไม่ ก็ลองทำให้มันจริงๆ จังๆ ดูซิว่าจะทำเงินได้สักแค่ไหนถ้าเราเก่งเรื่อง SEO แบบเอาตัวเข้าแลกเต็มที่ เริ่มศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลากว่า 1 ปีเต็มๆ ความรู้เพียบแต่ยอดขายก็เท่าเดิมครับพี่น้องอันดับติดให้พรึ๊บแต่ไหง๋ขายของได้ไม่เยอะกว่าเดิม อนิจาไม่ใช่แค่เรื่องนี้อย่างเดียวเสียแล้วสงสัยต้องมีต่อ ก็ไหนๆ มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องสู้ต่อไปดูซิว่าจะดีขึ้นหรือไม่มานั่งนึกๆ ดูอืม…ใช่แล้วความน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่เราจะต้องทำให้เกิดขึ้น เอาหละก็เริ่มมีการศึกษาถึงเรื่องของ “สี” และ “ธีม” ที่ใช้ต่างๆ มากยิ่งขึ้นและก็หาต้นแบบให้ได้ตามที่เขาได้ทำแล้วประสบความสำเร็จ เมื่อทำตรงนี้ไปสักพักผลคือยอดขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือค้นเข้ามาแล้วอยู่ในบล็อกเรานานขึ้นและมีการซื้อสินค้าบ่อยขึ้น เส้นทางเริ่มสว่างมาอีกนิดหนึ่งแต่ยังไม่ดีพอ

สิ่งที่ต้องเรียนรู้เรื่องความน่าเชื่อถือ แน่นอนครับว่าความน่าเชื่อถือนั้นคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเรา และเขามั่นใจได้ว่าเราไม่ได้โม้แม้ว่าเราจะขายสินค้าร่วมกับใครในโลกใบนี้ก็ตามจุดแรกที่ลูกค้าจะคลิกเข้าไปเพื่อซื้อหรือไม่นั้นอยู่ที่ “ความน่าเชื่อถือ” นี่เองครับทีนี้เราจะให้คนเชื่อถือเรามากขึ้นได้อย่างไรเพราะถ้ามากขึ้นเราก็จะขายได้มากขึ้นไปด้วย ผมก็เลยมาศึกษาเรื่องของ Brand (แบรนด์) บล็อกเพื่อนำไปสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบล็อกตนเองมากยิ่งขึ้น ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ หลายเดือนเหมือนกันครับจนในที่สุดเราก็ได้สิ่งที่เราต้องการมาจนได้ แต่ข้อสำคัญก็คือว่าเราออกแบบยี่ห้อให้ตัวเองโหลมากๆ เลยต้องมีอีกขั้นตอนที่เรียกว่า “การพัฒนาแบรนด์” นั่นเอง

 

บทความจาก Makemoney

การคาดการณ์ต่างๆ มากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ การเปลี่ยนแปลงด้าน SEO อาจจะเกิดขึ้นในปี 2010 นั่นก็เพราะแนวโน้มในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการที่เราสังเกตุเห็นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา (ปี 2009) ทำให้เรารู้ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการคิดเพื่อให้ Rangking น่าจะมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไป และแน่นอนครับยักษ์ใหญ่อย่าง Google ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน อัลกอริทึม (อังกฤษ: algorithm) ใหม่เพื่อให้ตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ในปัจจุบันรวมไปถึงรักษาระดับของแชมป์ Search Engine ของตนเองเอาไว้ให้ได้นั่นเอง

สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกท่านครับวันนี้ได้มาอัพเดทเนื้อหากันอีกหน่อย เพราะคิดถึงทุกท่านจังเลย เป็นอย่างไรกันบ้างครับในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายท่านคงจะทำเงินจากโลกออนไลน์กันได้อย่างมากมายกันเลยซินะครับ สำหรับผมนั้นในรอบสัปดาห์แรกก็ไม่ค่อยจะหวือหวาเท่าไหร่เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเดทเนื้อหาของบล็อกมากนัก เพราะกำลังศึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคตอันไกล้ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปนั่นเองครับ ก็เลยมองๆ หาสินค้าอะไรใหม่ๆ มาทำตลาดดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่นั่นเองครับ เอาหละวันนี้ผมจะมาขอพูดถึงเรื่องราวของ SEO กันสักหน่อยเพราะไม่ได้พูดถึงเลยนานแล้ว เพื่อเป็นการอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ก็จะขอกล่าวถึงสักเล็กน้อยจากที่พอจะทราบมาบ้างนะครับไปเริ่มกันเลยครับ

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2010 การทำ Search Engine Optimization (SEO) ก็ไม่ได้มีเพียงแค่นึกถึงการสร้าง Backling, Link building, Unique Content, Fresh Content, on page SEO, off page SEO วนเวียนกันอยู่ไม่กี่เรื่องเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การปรับเปลี่ยน Algorithm ของบรรดา Search Engines มีอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะ Conversion Rate Optimization นี่นะ..น่าสนใจมากครับ ทำ SEO แล้ว ต้องสามารถเพิ่ม Conversion Rate ให้กับเว็บไซต์ของเราได้ด้วยนะครับเราถึงจะได้คะแนนอันดับที่ดีขึ้นมา จากที่ผ่านมาเราจะสังเกตุเห็นว่าปัจจัยด้าน PageRank เกือบจะไม่ค่อยมีผลต่ออันดับเลยก็ว่าได้ นั่นทำให้เราสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่แม้จะเพิ่งเปิดบล็อกการตลาดของเราขึ้นมา เพียงแค่ไม่กี่วันเราก็สามารถที่จะทำอันดับในสินค้าต่างๆ ได้ถ้าการปรับเปลี่ยนเนื้อหาของบล็อกเราให้ผลด้านบวก ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าและ Keywords ที่ตรงประเด็นมากที่สุด

สิ่งที่ผมเองมองเห็นและคาดว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบันและไปถึงปี 2011 น่าจะเป็น Community ที่ทรงพลังอย่าง Social Networking นั่นเองฉนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือว่าการเลือกใช้เครือข่ายที่มีอยู่นั้นให้คุ้มค่ามากที่สุดหรืออาจบอกได้ว่าใช้อย่างชาญฉลาดนั่นเอง บางท่านที่ยังไม่ค่อยได้ศึกษาเรื่องราวเหล่านี้อาจจะอ่านบทความนี้รู้สึกสับสนเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเมื่อท่านอ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะเริ่มเข้าใจเองครับ ผมเองก็กำลังศึกษารูปแบบของเครือข่ายในปัจจุบันและน่าจะมองเห็นพลังของการขับเคลื่อนการตลาดในอนาคตได้ และสิ่งที่ผมจะนำเสนอในตอนต่อๆ ไปนั้นจะมาพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้กันมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

ฉนั้นในบทความนี้นั้นผมก็แค่อยากจะมาบอกว่าแนวโน้มนั้นน่าจะเป็นเช่นไร และเราควรจะมองถึงเรื่องอะไรเอาไว้บ้างทั้งนี้เพื่อที่เราจะได้พร้อมในการปรับตัวเพื่อเข้าหาทิศทางของตลาดในปัจจุบันและอนาคตที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้นั่นเอง

 

บทความจาก Makemoney

โลกแห่งการสร้างธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน มีความเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพให้บล็อกการตลาด หรือเว็บไซต์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ เมื่อเราก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่ง “บล็อกการตลาด” เราจะพบเจอกับปัญหาและอุปสรรค์มากมาย แต่ประสบการณ์ในการเรียนรู้เหล่านั้นจะช่วยสอนเราให้เข้าใจถึงปัญหาและการแก้ปัญหาให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าทำให้เราเข้าใจถึงการทำงานด้าน SEO ในระดับสูงมากยิ่งขึ้นด้วย

SEO นับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของงบประมาณที่จำกัด หรือแม้แต่การเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้และก้าวเข้าสู่โลกแห่งธุรกิจออนไลน์โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนอย่างมากมาย และนี่คืออีกหนึ่งกลยุทธ์ ซึ่งผมขอกล่าวสั้นๆ ว่าคือ “ยุทธวิธีด้าน SEO” นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนบทความเรื่อง “Traffic Of SEO” ไปแล้วเพื่อเป็นการบอกเล่าถึงรูปแบบและแนวทางที่อาจมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไปหรือแม้แต่จะก้าวกระโดดไปยังจุดที่เราไม่คุ้นเคยอีกต่อไป และเรื่องที่ผมจะมาเล่าในวันนี้นั้นจะเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งเพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านนั้นได้ลองนำไปปรับใช้และตรวจสอบดูกันครับว่าสิ่งเหล่านี้นั้นคุณได้ทำไปแล้วหรือยังก่อนที่คุณจะทำการพัฒนาคุณสมบัติด้าน SEO หรือถ้าคุณคิดจะว่าจ้างให้บริษัททำ SEO ทำงานให้คุณก็ต้องรู้สิ่งเหล่านี้เมื่อคุณไม่ได้ทำเอง

 

อย่าคิดว่าการทำ SEO เป็นการทำงานแค่ครั้งเดียวแล้วจบเลย

สิ่งที่ผมเองกำลังจะบอกเล่าให้ทุกท่านทราบก็คือว่า กลไกเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ในปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ฉนั้นการทำ SEO จึงไม่ได้เป็นการทำงานเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจะจบเลย เหตุผลก็เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของมนุษย์มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ของเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เช่นกัน ฉนั้นการทำ SEO ที่ดีที่สุดก็คือการทำอยู่บ่อยๆ และเป็นประจำ ซึ่งแน่นอนครับว่า กลยุทธ์ด้าน SEO เมื่อปีที่ผ่านมานั้นอาจไม่สามารถใช้งานได้ในปีนี้ ฉนั้นเราจะต้องมองในระยาวด้วยครับว่า ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราในอนาคตหรือไม่ และควรทำ SEO อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะนั่นคือจุดที่ทำให้เว็บ หรือ บล็อกของคุณนั้นมีความยั่งยืนมากที่สุด

 

จงอดทนเพื่อความสำเร็จด้าน SEO

การทำ SEO นั้นไม่สามารถที่จะทำได้ในเวลาอันสั้นหรือรวดเร็วทันใจอย่างที่คุณคิด (เพราะว่าใจเราคิดแล้วมือยังทำไม่ทันเลย) ฉนั้นเราอาจต้องใช้เวลานับเดือนกว่าผลของการทำ SEO นั้นๆ จะประสบความสำเร็จหรือเห็นผล และแน่นอนครับอาจทำให้คุณต้อง ต้อ..แต้ ได้ง่ายๆ เลยก็ว่าได้ คติเตือนใจสำหรับเหล่า “บล็อกการตลาด” ที่อาศัยหลักการด้าน SEO มาสร้างรายได้ให้กับตนเองนั้นก็ควรทำใจในเรื่องนี้ (ไม่ต้องถามผมแล้วนะครับว่าจะขายของได้เมื่อไหร่ เพราะผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ฮะๆๆๆ) ข้อแนะนำก็คือ ให้พยายามหาอะไรใหม่ๆ มาสร้างเสริมความสามารถด้าน SEO ของเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

ถามตัวเองถึงความตั้งใจในความสำเร็จที่ได้รับ

สิ่งที่เราต้องคิดก็คือความมุ่งหวังของเราที่จะก้าวไปสู่ความเร็จในการปรับแต่ง “บล็อกการตลาด” หรือเว็บไซต์ให้มีความสามารถในการทำอันดับได้ตามหลักการ SEO และควรหมั่นวิเคราะห์ สังเกตุ รวมไปถึงการวางแผนด้านกลยุทธ์ต่างๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับหลักการด้าน SEO ของเราในอนาคตและปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ควรมีการทำวิจัยคำค้นหาต่างๆ และศึกษาข้อมูลของธุรกิจที่เราทำให้ชัดเจน รูปแบบของการแข่งขัน และคู่แข่งที่เราต้องเผชิญในปัจจุบัน เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงในอนาคตที่เราอาจ “ตกอันดับ” จนหายเข้ากลีบเมฆไปเลยก็ว่าได้

และนี่ก็คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่เราต้องคอยสังเกตุสังกา ให้มากและก็อย่าคิดว่าวันนี้เรามีอันดับที่ดีแล้วเราจะหยุดนิ่งไม่ทำอะไรเลย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้คุณต้องระวังว่าอันดับที่คุณเคยมีอยู่นั้นอาจหายไป และอาจไม่มีวันได้กลับมาใหม่อีกเลยก็เป็นได้ ที่ผมเอาเรื่องราวเหล่านี้มากล่าวถึงก็เพราะว่าผมเอง ได้เจอมากับตัวเองแล้ว และอยากจะฝากมาเป็นข้อคิดเห็นเพื่อเตือนสติให้คนที่ทำ “บล็อกการตลาด” ได้รับรู้และต้องระวังตนเองให้มากที่สุด ทั้งนี้เพราะว่ามันมีผลต่อรายได้ที่เราได้รับในปัจจุบันและอนาคตด้วย

 

บทความจาก Makemoney

edit @ 14 Feb 2010 12:11:47 by Brain food อาหารสมอง

ในเอนทรี่นี้ ผมจะสอนเทคนิคง่ายๆในการทำกรอบรูป ซึ่งการทำกรอบรูปนั้น มันจะช่วยให้รูปภาพที่เราใช้ประกอบเอนทรี่ดู มีมิติ และดูหรูขึ้นด้วย แต่ที่ผมจะสอนคงจะไม่สอนให้ไปขยาย Canvas แล้วใส่ Effect Stroke ใน Photoshop อะไรนั่นหรอกครับ วิธีนี้ทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปแต่งในโปรแกรมแต่งรูปใดๆเลย เพียงแต่เพิ่มโค้ดลงไปใน css editor ก็เรียบร้อย ที่สำคัญมันง่ายมากๆ เข้าใจไม่ยากด้วยสิ

 

ภาพต้นฉบับ

นี่เป็นภาพตัวอย่างก่อนที่จะใส่กรอบ หรือ เฟรมก็ตามแต่

ทำความเข้าใจกับโค้ด css รูปแบบทั่วไปกันก่อนนะครับจะเป็นลักษณะนี้

 

img{
        padding:4px;
        border:4px solid #aaa

 

 

จากโค้ดข้างบนก็มาดูรูปประกอบการอธิบายโค้ด

รูปอธิบายโค้ดcss

อธิบายจากรูปข้างต้นได้ว่า ค่า padding คือค่าดันออกจากขอบรูปไปด้านละ 4พิกเซล แล้วจึงจะตีกรอบด้วย border ขนาด 4พิกเซลทั้งสี่ด้านด้วยสีรหัส #aaa หรือ #aaaaaa นั่นเอง 

ตัวอย่างของรูปที่ใส่กรอบด้วย css ตามค่าข้างต้น หน้าตาแบบนี้

ตัวอย่างรูปที่ใส่กรอบแล้ว

ส่วน css ที่ใช้กับธีม exteen เวอร์ชั่น4 คือ

 

.entry .post img{
        padding:4px;
        border:4px solid #aaa

และเวอร์ชั่นเก่า 

.entrycontent img{
        padding:4px;
        border:4px solid #aaa
}

ในส่วนของ border เราสามารถปรับค่าสี หรือ แต่งย่อยเป็น border-top, border-right, border-bottom, border-left ได้ ตามความคิดสร้างสรรค์ เช่น

ใส่ขอบไม่เท่ากันทั้งสี่ด้าน          ใส่ขอบไม่เท่ากันทั้งสี่ด้าน

ผมใส่สีใส่ขอบให้แต่ละด้านดูไม่เท่ากัน ก็จะได้หน้าตาที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้นะครับ ยังใส่ลูกเล่นขณะที่เลื่อนเมาส์ผ่านรูปได้ด้วยนะ ประมาณนี้

.entry .post img:hover{
        padding:4px;
        border:4px solid #333

อันนี้จะได้อะไรก็ลองไปเล่นดูครับ

ที่สำคัญครับ ทันที่เราเพิ่มโค้ดนี้ลงไป บรรดารูปภาพเก่าๆในเอนทรี่ก่อนหน้าก็จะมีกรอบด้วย! โดยที่ไม่ต้องไปตามแก้ทุกรูป (แท็ก html ต้องถูกด้วยนะครับ)

 

บทความจาก palermos exteen blog