InTrend

พอดีบังเอิญไปเจอบทความเกี่ยวกับการใช้ twitter เพื่อการบอกข่าวสาร ในกิจกรรมโรงเรียน ผมเห็นว่าเป็นการเอาเทคโนโลยีมาใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างดี  จึงเอามาแบ่งบันครับ

เพื่อประโยชน์ในการติดตามข่าวสารแนะนำการใช้งาน twitter ที่

http://twitter.com/drpclub

 

ทำไมเลือกใช้ Twitter ในการสื่อสารถึงชาว DRP Club ( ผู้ปกครองสาธิตราม )

Twitter คือเครื่องมือบนโลก Internet เพื่อการส่งข้อความผ่านหน้าเว็บทวิตเตอร์หรือโปรแกรมที่มีการติดตั้งในมือ ถือยุคใหม่เช่น BB , IPhone เป็นต้น ในการส่งข้อความจะส่งกี่ครั้งต่อวันก็ได้ตามต้องการแต่ต้องเป็นข้อความสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรต่อครั้ง  ดังนั้นทำให้สามารถสื่อสารข้อมูลได้รวดเร็วและสร้างการรับรู้ให้แก่ชาว DRP Club ได้ง่ายและประหยัด

ข้อมูลอะไรบ้างที่จะนำมาสื่อสาร
- ข่าวสารของโรงเรียนหรือ มร.
- ข่าวกิจกรรมของผู้ปกครอง
- ข้อมูลจากการ update webboard ในกระทู้ www.drpclub.net , www.drpta.com และ www.ds.ru.ac.th

ผู้ปกครองจะ ใช้ได้เพื่อรับข่าวได้อย่างไร
- กรณี ผปค.ใช้ internet เพื่อเข้า website ให้พิมพ์ http://twitter.com/drpclub ก็จะสามารถข้อมูลได้ทันที
- กรณีต้องการ ติดตามอ่านข้อความ ในกรณีนี้ ผปค.ต้องเข้าไปที่ http://twitter.com เพื่อสมัครสมาชิกพร้อมทำการ login
ขั้น ตอนต่อไป ในทวิตเตอร์เรียกว่า follow คือการ ติดตามอ่านข้อความคนอื่น โดยการค้นหา drpclub ในแท็บเมนู Find People
ระบบจะแสดงรายชื่อ drpclub ที่ ผปค.ค้นหา ก็ให้คลิก Follow ได้เลยครับ ลำดับถัดไปคือคลิกเมนู Home เพื่อกลับหน้าแรก ข้อความของ @drpclub ก็จะถูกส่งมาให้อ่านกันอยู่เรื่อยๆครับ
- กรณี ผปค.มือโปร ใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อ Internet ตลอดเวลา สามารถติดตามอ่านข้อความโดยการ download program ของเครื่องมือสื่อสารนั้นๆ เช่น BB ผมเลือกใช้ twitter และ Uber Twitter หรือ IPhone or IPod เลือกใช้ Twitbird, weetdeck หรือ Tweetie  ในเรื่องคำแนะนำการใช้งานโปรแกรมต่างๆ คงต้องขอให้ search วิธีการใช้งานในเว็บนะครับ

สำหรับการใช้งาน twitter เต็มรูปแบบสามารถเข้าดูได้ใน website อาทิเช่น http://twitter.kapook.com/

ก็ หวังว่าเครื่องมือการสื่อสาร
http://twitter.com/drpclub  นี้ จะทำให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อทำให้เกิดการ สื่อสาร สื่อสัมพันธ์ กันจะก่อให้เกิดการร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์หรือสิ่งดีแก่ลูกๆสาธิตรามของเราชาวผู้ปกครองสาธิรามครับ

ทวิตเตอร์ (Twitter) คือเว็บไซต์ที่ใช้ให้การอัพเดทข้อมูลส่วนตัวไปให้เพื่อนๆ

ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็วที่สุดเท่าที่มีมา จากคอนเซ็ปที่ว่าเราสามารถแชร์

อะไรเกี่ยวกับตัวเราที่พบเจอให้คนอื่นๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกเรื่องที่เราอยากจะบอก

ไม่ว่าจะเจอรถชนกัน เจ้านายให้งานเยอะ ได้โบนัส แฟนบอกเลิก งานเสร็จแล้ว ฯลฯ

ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงเรื่องงาน เรื่องของข่าวสารได้ด้วย การทำงานของ Twitter

จะผ่านการส่งข้อมูลแบบ XML ที่มีความรวดเร็ว ใช้ข้อมูลในการส่งน้อย ทำให้เป็นเทคโนโลยี

ที่เหมาะอย่างมากในการเอาไปใช้งานบนมือ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากใช้การส่งข้อมูลที่ต่ำ

ปัจจุบันทวิตเตอร์ มักจะเอาไปใช้ได้หลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน เช่น …

  • นักการเมืองสามารถส่งข่าวสารไปให้คนทั่วประเทศรับทราบได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
  • ดารานักร้อง สามารถสื่อสารกับแฟนคลับได้ทางทวิตเตอร์
  • วัยรุ่นสามารถส่งข้อความอัพเดทชีวิตตัวเองให้เพื่อนๆ ใหม่ได้
  • บริษัท หรือองค์กร ห้างร้านต่างๆ ที่ต้องการอัพเดทข้อมูลข่าวสารให้กับคนภายนอก
    และภายในบริษัทเองได้อย่างง่ายดาย
  • นักเขียนโปรแกรมแจ้งอัพเดทโปรแกรมตัวเอง
  • นักเรียนแจ้งการเรียนหนังสือ การบ้าน และตารางเรียนกับเพื่อนๆ ได้
  • อื่นๆ อีกมากมายที่เราจะจับเอาทุกการเคลื่อนไหวมาอัพเดทได้

จะเริ่มใช้งานทวิตเตอร์ได้อย่างไร

ก่อนอื่นก็ต้องสมัครใช้งานได้ที่ http://www.twitter.com เสียก่อน
จากนั้นเราจะได้หน้าเว็บที่เป็นของเราเอง ที่เราสามารถใส่รูปภาพตัวเองเปลี่ยนภาพพื้นหลังได้
 แล้วก็ริ่มใช้งานได้ทันที ในชื่อผู้ใช้ของทวิตเตอร์นั้นยังไม่รองรับภาษาไทย ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
แต่มีคำที่ควรรู้อยู่บ้างก็คือ Following คือคนที่เราเลือกที่จะไปติดตามอัพเดทข่าวสารจากเขา
ซึ่งหลายๆ คนอาจจะต้องขออนุญาต   ในการติดตามข้อมูลก่อน เพราะบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว
 
ส่วน Followers เป็นคนที่เขาเข้ามาติดตามว่าเราอยากจะบอกอะไรบ้าง   ซึ่งคนที่ติดตามเรา
จะได้ข้อความทันทีที่เราประกาศออกไป ส่วนคนอื่นๆ ทั่วไปนั้น   ก็อยู่ที่ว่าเราสามารถให้คนอื่นมองเห็น
ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็จะได้แค่กลุ่มที่ติดตามเราเท่านั้น  ในการประกาศอะไรออกไปแต่ละครั้งนั้น จะเขียน
ได้แค่ 140 ตัวอักษร (ประมาณ 2 SMS)เท่านั้น   

ซึ่งเป็นแค่วลี หรือประโยคสั้นๆ ที่ต้องการบอกออกไปแค่นั้น  ส่วนใครที่จะอยากบอกเรื่องยาวๆ
ก็พิมพ์ทีละ 140 ตัวอักษรไปหลายข้อความก็ได้   แต่วิธีนี้จะทำให้หน้าจอของเพื่อนที่ติดตามนั้น
มีแต่ข้อความของเราซึ่งเขาอาจจะ   ไม่ได้อยากอ่านก็ได้ การส่งข้อความทวิตเตอร์นั้นควรงดเว้น
การส่งข้อความที่จะ  เป็นเรื่องส่วนตัวมากออกไป เพราะคนที่ติดตามเราอยู่นั้นอาจจะไม่ได้อยากอ่าน
เรื่องเหล่านี้ก็ได้ เช่น “ตอนนี้ขึ้นบันใดไปสามขั้น เหนื่อยมาก” “เดี๋ยวจะเข้าห้องน้ำ
แล้วเพราะปวดฉี่” “ออกจากบ้านแล้ว” “ถึงปากซอยแล้ว” “รอรถอยู่หน้าปากซอย ”
“รถยังไม่มาสักที” “เบื่อ” “เหงา” “กลิ้งตัวสามรอบ”

ซึ่งหลายท่านอาจจะคิดว่า  เรื่องแบบนี้ใครจะไปเขียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคนที่เขียนแบบนี้มากถึง 20%
 เพราะยังไม่เข้าใจถึงการใช้งานทวิตเตอร์ที่ดี เมื่อต้องการอ้างอิงถึงใคร ให้ใช้ @ นำหน้าชื่อคนนั้นๆ
เพื่อเป็นการอ้างอิงถึง   ระบบจะทำการส่งข้อความไปยังคนที่ถูกอ้างอิงโดยอัตโนมัติ เช่น “วันนี้ร้อง 
คอนเสิร์ตกับ @djpoomyสนุกมาก ใครอยากฟังกดดูได้ที่เว็บ”ข้อความนี้จะ เหมือนถูกแท็ค (Tag)
ไปยัง ผู้ใช้งาน djpoomy ด้วย

แต่ถ้าต้องการให้คำๆ หนึ่งที่อยู่ในข้อความของเราเน้นเป็นพิเศษ และเชื่อมต่อไปยังคนที่ถูกถึงเรื่องเดียวกันได้
ก็ให้ใช้ # นำหน้าคำนั้นๆ เช่น  “วันนี้ร้องคอนเสิร์ตกับ @djpoomy
ในงาน #djparty2010 สนุกมาก ใครอยากฟังกดดูได้ที่เว็บ”
เมื่อมีคนพูดถึง #djparty2010
เมื่อไหร่ คำนี้จะกลาย  เป็นคำค้นหา และเราจะเข้าไปอ่านทุกความเห็นของทุกคนที่พูดถึง
 #djparty2010 ได้ด้วย

สุดท้ายคือการส่งข้อความส่วนตัว เราสามารถส่งข้อความที่เห็นได้คนเดียวคือคนๆ นั้น
ได้โดยการพิมพ์ D แล้วเว้นวรรคตามด้วยชื่อที่ใช้ในทวิตเตอร์ของคนนั้นๆ
เช่น “D djpoomy เมื่อวานกลับบ้านกี่โมงเหรอครับ งานสนุกหรือเปล่า
ตื่นแล้วช่วยโทรแจ้งที่เบอร์ 029009000 ด้วย”
ข้อความนี้จะไม่โชว์ในที่สาธารณะ แต่จะไปยังกล่องจดหมายของคนนั้นทันที  และนี่ก็คือการใช้งานทวิตเตอร์
แบบง่ายๆ ที่ครอบคลุมการใช้งานทั้งหมดอย่างครบถ้วน
นี่คือข้อดีของการใช้งานทวิตเตอร์เพราะมีลูกเล่นที่ง่าย ศึกษาได้เร็ว เข้าใจได้ทันที และเริ่มใช้งานได้เลย
ที่สำคัญอีกอย่างคือฟรี!!!
เมื่อใช้งานกันได้แล้ว เรามาเริ่มใช้งานทิวเตอร์บนมือถือกันเลยดีกว่า

การใช้งานทวิตเตอร์บนมือถือ

หัวใจของการใช้งานทวิตเตอร์ไม่ใช้การใช้งานทวิตฯ กันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะนั่นเป็นวิธีที่ไม่ค่อยสะดวกเลยที่เราจะต้องมาหาคอมพิวเตอร์กันตลอดเวลา
วิธีที่ง่าย สะดวกที่สุด คือการใช้งานทวิตเตอร์บนมอถือนั้นเอง ด้วยการส่งข้อความขนาด SMS 2 ข้อความนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับการพิมพ์บนมือถือ
แถมยังใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่จะอยู่ในห้องน้ำ หรือบนรถโดยสารก็ใช้ได้ สิ่งที่เราได้เพิ่มมาจากการใช้งานบนมือถือก็คือความสามารถในการอัพโหลดรูปภาพ
ที่เราถ่ายสดๆ ในตอนนั้นขึ้นไปยังทวิตเตอร์ของเราได้ทันที นอกจากนั้นมือถือบางรุ่นยังสามารถทวิตฯ ไปพร้อมๆ กับการส่งพิกัดที่อยู่ของเราแนบไปด้วย
ทำให้คนที่อ่านสามารถกดดูได้เลยว่าเราทวิตฯ จากที่ไหนบนโลกนี้ และต้องการบอกอะไรกับชาวโลก การใช้งานทวิตเตอร์บนมือถือนั้นไม่ได้มีโปรแกรม
สำหรับการใช้งานบนมือถือแต่อย่างไร ที่เรามักจะเห็นกันเป็นการพัฒนาโปรแกรมกันขึ้นมาเองเพื่อใช้กับมือถือ หรือที่เรียกว่า Twitter Client
ซึ่งมีทั้งจากนักพัฒนาอิสระ และค่ายมือถือเองที่ทำออกมาเพื่อลูกค้าตัวเอง แบ่งกันออกเป็นโปรแกรมที่รองรับกับมือถือรุ่นต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป
เรามาลองเล่นทวิตเตอร์บนมือกันในมือถือรุ่นใหม่ๆ กันดีกว่า ว่าสะดวก และน่าใช้งานกันมากแค่ไหน

ทวิตเตอร์บน BlackBerry

การใช้งานทวิตเตอร์บน BlackBerry ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ดี และเหมาะสมมากที่สุด เพราะแป้นพิมพ์แบบ QWERTY
ที่ไม่มีใครปฏิเสธว่าถ้าใช้งานคล่องแล้ว เป็นแป้นพิมพ์บนมือถือที่เร็วที่สุดทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นก็คือความสามารถแจ้งเตือนได้ตลอดเวลา
เพราะ BlackBerry มีการเช็คข้อความอยู่ตลอดเวลา เราสามารถตั้งการแจ้งเตือน เสียง และไอคอนแยกออกจากโปรแกรมปกติได้ด้วย
ทำให้การใช้งานทวิตเตอร์นั้นค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุด แต่ตัวโปรแกรมที่ใช้งานทวิตฯ ได้นั้นกลับมีน้อย คือ TinyTwitter
(http://tinytwitter.com) ที่ทำงานได้เร็ว ใช้งานง่ายมากที่สุด, TwitterBerry
ที่มาในชื่อใหม่คือ OpenBeak (http://m.openbeak.com) ซึ่งมีลูกเล่นครบเครื่อง โพสรูปภาพได้ ตอบกลับ
แสดงข้อความตามเวลา และยังมีเมนูตั้งค่าสำหรับคนใช้งานครั้งแรกด้วย จนมาถึง Seesmic (http://seesmic.com)
โปรแกรมทวิตเตอร์ระดับเทพบนมือถือแอนดรอย แต่ก็ยังไม่โดนใจเท่าไหร่ ตอนนี้เหลือ 2 ตัวเลือกที่นักทวิตฯ บนบีบีนั้นพลาดไม่ได้ก็คือ

UberTwitter
(http://www.ubertwitter.com)

เป็นโปรแกรมทวิตเตอร์ที่ออกแบบให้มีความสวยงาม พร้อมกับการใช้งานที่ปรับแต่งได้มากตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้งผ่านเครือข่าย และการใช้ Wi-Fi จากข้างนอกก็ได้ การใช้สถานะร่วมกับ Google Talk ในเครื่อง การตามเนื้อหาจากคนที่เราต้องการได้ทันทีโดยไม่ต้องเป็นเพื่อน การใช้งานร่วมกับ GPS เพื่อบอกจุดที่เราอยู่อย่างแม่นยำ ทำให้การทวิตฯ ทุกครั้งสามารถรู้ว่าเราอยู่ที่ไหนด้วย การทวิตฯ เป็นวีดีโอ รูปภาพ ขึ้นไปในเว็บได้ทันที โดยผู้ที่ติดตามเราสามารถกดเพื่อดูเนื้อหาต่างๆ ในเว็บได้ และสุดท้ายสามารถดูได้ว่ามีใครที่ทวิตฯ อยู่ใกล้ๆ ที่เราอยู่ได้ เพื่อรับทราบว่ามีการเคลื่อนไหวอะไรใกล้ตัวเราบ้าง โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมของฟรีที่มีหน้าจอสวยงาม แต่จะมาพร้อมกับโฆษณาแฝงที่จะแฝงมาในรูปของทวิตฯ ข้อความโฆษณาแทรกเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญแต่อย่างใด

BlackBerry Twitter Client
(http://na.blackberry.com/eng/devices/features/social/twitter.jsp)

โปรแกรมทวิตเตอร์นี้ถือว่าเป็นของแท้! สำหรับ BlackBerry เพราะเป็นโปรแกรมที่ออกแบบโดย RIM (Research In Motion) ซึ่งเป็นเจ้าของ BlackBerry เลย ข้อดีของโปรแกรมนี้คือการใช้งานผ่านทาง BlackBerry.Net ที่มีการเช็คข้อความอยู่ตลอดเวลาจากระบบ ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเข้ามาใหม่หรือเปล่า แถมหน้าตายังใช้งานง่ายอีกด้วย ครอบคลุมทั้งการทวิตฯ การดูข้อมูลของผู้ใช้งาน และการติดตามคนนั้นๆ นอกจากนั้นยังสามารถที่จะโพสรูปลงไปในทวิตเตอร์ได้ด้วย เพื่อนสามารถเห็นรูปได้เลยโดยไม่ต้องเข้าไปเปิดในเว็บอีกครั้ง ถ้าพูดถึงความสวยงาม และการใช้งานที่ลงตัวแล้ว โปรแกรมนี้ถือว่าเป็นที่สุดสำหรับ BlackBerry แล้ว แต่ว่าโปรแกรมยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เพราะฉะนั้นใครที่อยากใช้งานก็ต้องรอกันอีกสักนิดนะครับ

ทวิตเตอร์บน Android

ถ้าพูดถึง Android ผมกลับนึกถึง HTC ที่ออกโทรศัพท์มาแล้วในบ้านเรากว่า 3 รุ่นคือ HTC Magic, Hero และ Tattoo ยังไม่รวม HTC G1 และ Nexus One ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วมียี่ห้ออื่นๆ อีกมากมาย ที่ออกโทรศัพท์ Android มา รวมไปถึง i-mobile และ Wellcom ที่สร้างความปั่นป่วนตลาดด้วยเครื่องสเป็กเท่า HTC แต่ราคาถูกเกินครึ่ง โปรแกรมทวิตเตอร์บน Android นั้นมีอยู่เยอะมาก แทบจะเรียกว่าเยอะมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะธรรมชาติของคนที่ใช้ Android จะเหมาะกับการใช้งานทวิตเตอร์มากยิ่งกว่าการใช้งาน Facebook หรือแชตเสียอีก โปรแกรมที่นิยมใช้กัน เช่น

  • Twidroid เป็นรายแรกๆ ที่ทำโปรแกรม Twitter บนมือถือ Android มีเวอร์ชั่น Pro ที่มีความสามารถมากกว่า หลายคนชอบใช้โปรแกรมนี้กัน ข้อเสียคือการใช้งานหลายบัญชีไม่ได้ ตอบทวิตทุกคนพร้อมกันไม่ได้ และทำอะไรที่ต้องหลายๆ คนไม่ได้เลย
  • Twicca ที่เป็นโปรแกรมออกมาใหม่ (ยังพัฒนาอยู่) จำกัดอยู่แค่บางมือถือเท่านั้นที่โหลดใน Market ได้ จุดเด่นคือมีลูกเล่นทุกอย่างที่ทุกโปรแกรมมี ใครที่ชอบใช้งานทวิตเตอร์แบบถึงกึ๋น ต้องโปรแกรมนี้เลย ตอบสนองกับทุกการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว
  • HTC Peep เป็นโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Sense UI ที่ทาง HTC พัฒนาขึ้นมา แถมมาให้ในเครื่อง ข้อดีของโปรแกรมนี้คือการที่ติดมากับเครื่อง ความเร็ว ขนาดตัวหนังสือ และการใช้งาน ถือว่าสะดวกที่สุดที่จะหยิบขึ้นมาใช้บนมือถือ แต่ก็จำกัดด้วยลูกเล่นที่น้อยมาก เหมาะกับการใช้แค่อ่านๆ เขียนๆ เท่านั้น
  • TweetCaster โปรแกรมใหม่ที่มาในเวอร์ชั่นฟรีมีโฆษณา เน้นไปที่หน้าตาสวยงามมาก และการใช้งานเกี่ยวกับโปรไฟล์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ก็มีครบถ้วนเหมือนโปรแกรมอื่นมีกัน
  • Touiteur เป็นโปรแกรมทวิตเตอร์ที่มีหน้าจอสวยงาม ใช้งานง่าย แถมยังมีลูกเล่นกับเครื่อง Android ด้วย เช่น การลากที่หน้าจอเพื่อเอาช่องพิมพ์ข้อความทวิตฯ ลงมา การกดดูข้อมูลผู้อื่น และการแบ่งแยกข้อความที่แตกต่างกันออกไปตามความหมายของข้อความที่แสดง เช่น ข้อความส่วนตัว ข้อความตอบกลับ

นี่ยังไม่หมดนะครับสำหรับโปรแกรมทวิตเตอร์บนเครื่อง Android แต่สำหรับโปรแกรมที่ฟรี และเกือบทุกคนจะบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า ใช้โปรแกรมอื่นก็ใช้เพราะอยากใช้ แต่ยังไงก็ลืมโปรแกรม Seesmic ไม่ลงสักที ก็เลยจับเอา Seesmic มาชำแหละกันว่ามีอะไรให้คนติดใจนักหนา

Seesmic
(http://seesmic.com/seesmic_mobile)

โปรแกรม Seesmic นี้เป็นที่โดนใจกันอย่างมากเลยในเรื่องของหน้าตาโปรแกรม สวยงาม ใช่ง่าย ปุ่มกดใหญ่กดง่ายมาก เหมาะสำหรับเครื่องที่ต้องใช้นิ้วมือกดเป็นอย่างมาก แต่อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นมากก็คือความสามารถในการเชื่อมต่อ Twitter ได้ครั้งละหลายๆ บัญชี ซึ่งหลายคนอาจจะอยากแยกเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานออกจากกัน แน่นอนว่าโปรแกรมนี้ทำได้ เราสามารถเพิ่มบัญชีเข้าไปเพื่อใช้งานแยกกันอย่างอิสระ ส่วนใครที่ชอบโพสรูปโพสวีดีโอก็สามารถแชร์กันได้ผ่านทาง Seesmic ได้ด้วย

ทวิตเตอร์บน iPhone

มาถึงแฟลตฟอร์มสุดท้ายที่จะหยิบมาเล่นทวิตเตอร์กัน ไอโฟนก็ยังเป็นโทรศัพท์ที่มีความหอมหวานอยู่เหมือนเดิมในเรื่องของการติดตั้งโปรแกรม และการเล่นเกม ถึงแม้ว่าไอโฟนจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในการใช้งาน แต่การตีกรอบให้ใช้งานได้อย่างจำกัดทั้งภาพ เสียง เพลง เกม ก็ทำให้ผู้ใช้ไอโฟนไม่ต้องคาดหวังอะไรมากว่าจะมีการปรับแต่งอะไรในตัวเครื่องอีก การเล่นทวิตเตอร์บนไอโฟนมีโปรแกรมอยู่มากมายพอตัวเหมือนกัน แต่ข้อเสียก็คือแต่ละโปรแกรมนั้นไม่ได้มีอะไรโดดเด่นหรือการออกแบบเพื่อใช้งานเป็นพิเศษเลย อาจจะเนื่องมาจากข้อจำกัดในการใช้งาน และการเขียนโปรแกรมก็ได้ โปรแกรมทวิตเตอร์บนไอโฟนที่น่าสนใจมีดังนี้

  • TwitterTime (1.99$) โปรแกรมทวิตฯ เรียบๆ แต่มีลูกเล่นเด็ดคือหน้าจอแผนที่บอกว่าใครทวิตฯ ตรงไหนบ้าง

  • Tweetery (1.99$) โปรแกรมทวิตฯ ที่ใช้งานง่าย ด้วยหน้าตาเหมือนการใช้โทรศัพท์ทั่วไป สามารถปิดรับข่าวสารจากบางคนได้ ถ้าคนนั้นทวิตฯ มาถี่มากไปจนน่ารำคาญ

  • Echofon Pro (4.99$) โปรแกรมทวิตเตอร์ยอดนิยมมากๆ มีราคาแพง เวอร์ชั่นล่าสุด 3.2 นั้นมีลูกเล่นเพียบ ทั้งการแชตกันบนทวิตเตอร์ การอัพโหลดรูปพร้อมพิกัดแผนที่ หน้าตาโปรแกรมที่ใสสะอาด ใช้งานง่าย

  • TwitBird Premium (1.99$) เป็นโปรแกรมที่ใช้งานอยู่เป็นประจำมากที่สุดบนไอโฟน สาเหตุก็เพราะว่าเราสามารถปรับแต่งหน้าจอ พื้นหลัง สี ให้ดูสวยงาม แถมการทวิตฯ ก็เหมือนกับคนๆ นั้นกำลังตะโกนบอกคนอื่นจริงๆ ด้วยเครื่องหมายแชตชี้ไปที่รูปภาพ สุดท้ายคือการรวมระบบแผนที่เข้าไปด้วย ทำให้น่าใช้เข้าไปอีก

โปรแกรมทั้งหมดสามารถโหลดมาใช้งานได้จาก AppStore ของ Apple เท่านั้น ส่วนการติดตั้งโปรแกรมเถื่อนนั้นไม่แนะนำ เพราะไม่สามารถอัพเดทโปรแกรมได้เลย แถมราคาแค่ห้าสิบกว่าบาทนั้น อย่าไปทำร้ายจิตใจคนเขียนโปรแกรมทั้งวันทั้งคืนเลยครับ

ส่งท้ายกับการใช้งานทวิตเตอร์บนมือถือ

ก็คงพอได้แนวทางแล้วนะครับสำหรับท่านที่กำลังจะหามือถือมาใช้งานทวิตเตอร์กันดูบ้าง ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี หรือท่านที่มีมือถืออยู่แล้ว อยากจะเอามือถือที่ตัวเองใช้อยู่มาติดตั้งโปรแกรม ก็สามารถเริ่มใช้งานได้เลยทันที แต่อย่าลืมที่จะไปสมัครบัญชีของ Twitter เสียก่อนด้วยนะครับ จะได้ใช้งานกันได้ สุดท้ายทิ้งท้ายด้วยคำพูดเดิมๆ คือ หมั่นตรวจสอบโปรโมชั่นมือถือของตัวเองด้วย เพราะการใช้งานทั้งหมดตั้งแต่การเช็คข้อความ การพิมพ์ การอ่าน ล้วนแต่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ถ้าใช้แบบไม่ดูแพ็คเก็จ อาจจะเสียค่าบริการเป็นหมื่นเลยก็ได้ครับ

 

จาก http://blog.whatphone.net/articles/twitter-on-mobile.html

 

มา follower  Brain foods blog  ที่  @sarawutpat   ครับ

 

 

edit @ 25 Sep 2010 11:31:49 by Brain food อาหารสมอง

กระแสของ Social Gaming

posted on 13 Jul 2010 09:26 by sarawutpat in InTrend

Social Gaming มีกระแสแรงแบบไม่มีตก แถมยังเพิ่มความ Popular ให้กับนักพัฒนาเกมทั่วไป รวมถึงนักธุรกิจที่สนใจหันมาให้ความสนใจพัฒนา Social Gaming  เนื่องจากทั้งตัวเลขของผู้ใช้ Social Network และผู้เล่นเกมมีจำมากขึ้นพร้อมกับจำนวนเงินที่ใช้ซื้อ items ในเกมก็เพิ่มมากขึ้น  จึงไม่แปลกใจว่าทำไม ใครๆ ถึงหันมาสนใจ Social Gaming

สำหรับผู้เล่น จะไม่เสียเงินในการเล่นเกม  แต่หากต้องการผ่าน level เร็วขึ้น หรือต้องการได้ item ตกแต่งพิเศษในเกม ซึ่งส่วนมากจะอดใจรอให้เกมเติบโตและเก็บเงินไปเองไม่ไหว  ก็ต้องยอมเสียเงินซื้อ items ในราคาไม่มาก แต่พอรู้ตัวก็อาจจะใช้ไปเยอะแล้ว  ทำให้ทั้ง Farmville และ Restaurant City ทำรายได้ทั่วโลกมากถึง $725 ล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 200) นี่ยังไม่ได้รวมเกมอื่นๆ เลย (FishVille, Pet Society, Cafe World, Mafia Wars)

ลองมาดูตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงของผู้เล่นเกมบนอินเทอร์เน็ต  เป็นตัวเลขจาก eMarketers เป็นการสำรวจจากกลุ่มผู้เล่นเกมบนอินเทอร์เน็ตชาวอเมริกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 ว่านิยมใช้เวลาเล่นเกมประเภมใดมากที่สุด

ผลสำรวจทางด้านซ้ายมือ จะเห็นได้ว่าเกมออนไลน์ประเภท MMPG นั้นมีเพียง 11% แต่ Social Game กลับมีถึง 25%  ตรงนี้อาจเป็นเพราะจำนวนผู้เล่นเกมมีทางเลือกกับ Social Game มากขึ้น อาจจะทำให้มีจำนวนผู้เล่นเกมมากขึ้น  ส่วนผู้เล่นเกมประเภม Console Game และเล่นเกมผ่าน PC ที่ไม่ใช้ประเภทออนไลน์ ก็ยังมีจำนวนที่นำอยู่

  

eMarketers ยังได้นำรายได้ของ Social Gaming ของปี 2009 มาให้ดู พร้อมการคาดคะเนของรายได้ใปี 2012 ที่น่าจะเพิ่มมากขึ้นถึง $2.183 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว  ส่วนโฆษณาบนเกม ก็ถูกคาดการณ์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก $62 ล้าน ไปถึง $124 ล้านเหรียญเช่นกัน

พฤติกรรมการเสียเงินบน Social Game

จากการสำรวจของทาง PopCap Social Gaming 2010 พบว่า มี 53% ใช้ Virtual money เล่นเกม คือเล่นจากเงินในเกมที่มีอยู่แล้ว   แต่ 28% ของผู้เล่นเกมจะเสียเงินจริงในการซื้อเงินในเกม และอีก 32% ที่ซื้อ Virtual gift ด้วยเงินจริง  และ 25% บอกว่าบางทีก็อดไม่ได้ที่จะเสียเงินให้กับ Special offer ทีทางเกมมักนำมาเสนอขณะที่เล่นเกม

[via eMarketer, PopCap Social Gaming Research 2010)

 

จาก Marketingoops

Social Media กับงาน HR

posted on 12 Jun 2010 09:05 by sarawutpat in InTrend

ชาว HR ที่ทันสมัย ต้องรีบอัพเดทตัวเองด่วนจี๋ ขจัดความกลัวเทคโนโลยีออกไป แล้วนำ Social Media มาเพิ่มประสิทธิภาพงาน HR

ขอโหนกระแสคุยเรื่อง “Social Media” กับเขาสักคนนะคะ เพราะในขณะนี้ บุคคลทั่วทุกวงการทุกเพศทุกวัย (ที่ไม่ยอมแก่หลุดโลก) ต่างลงทะเบียนเป็นประชากรชาว Facebook บ้าง ชาว Tweet (er) บ้าง แล้วก็ทำการ “Chat” (พูดคุย) กันผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เช่น I-phone หรือ BB (BlackBerry) 

เป็นที่น่ายินดีที่ดิฉันได้เห็นผู้อาวุโสในวงการธุรกิจและวงราชการที่มีอายุกว่า 50 ปี หยิบเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย มาส่งข้อความหรือส่งอี-เมล์กันอย่างคล่องแคล่ว ต้องอย่างนี้สิคะถึงจะไม่ตกรุ่นและสามารถทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่สายพันธุ์ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยตะเข็บ เด็กรุ่นใหม่เขาจะได้ไม่บ่นว่าคนรุ่นคุณลุงคุณป้านั้น ควรถูกปลดออกจากองค์กร เพราะสื่อสารทำงานกับพวกเราไม่รู้เรื่องเลย

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะพูดคุยกันว่า เราจะสามารถใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์กับงาน HR ได้อย่างไร เรามาทำความรู้จักกับคำนี้กันก่อนดีไหมคะ เพื่อที่ว่าท่านที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศจะได้เข้าใจคำนี้ได้ดีขึ้น และเมื่อมีความเข้าใจในเรื่อง Social Media แล้ว ก็จะได้เรียนรู้เพื่อใช้ Social Media เป็นด้วย 

“Social Media” คือ เทคโนโลยีบนอินเทอร์เน็ต และเป็นปฏิบัติการหรือกิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใช้ Social Media เพื่อแสดงข้อคิดเห็น แบ่งปัน (Share) ข้อมูล เรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ข้อมูลข้อคิดเห็นต่างๆ เหล่านี้ สามารถแบ่งปันสื่อสารระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในหลายรูปแบบ เช่น รูปแบบที่เป็นข้อความ รูปภาพ ไฟล์วีดิโอ บล็อก (Blog) วิกิพีเดีย และเว็บไซต์ Social networking ต่างๆ

จุดเด่นของเว็บไซต์ Social Media คือ การทำให้ผู้ใช้เว็บไซต์สามารถสื่อสารโต้ตอบกับบุคคลอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก ทำให้เกิดการสร้าง “ชุมชนออนไลน์ที่มีความคิดและรสนิยมตรงกัน”  Social Media จึงกลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร ที่สร้างให้เกิดกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างบุคคล กลุ่มคน การประสานงานและการทำธุรกิจออนไลน์ การแนะนำสินค้าหรือบริการ การสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองฯลฯ เชื่อว่าในไม่ช้าพลเมืองของโลกอินเทอร์เน็ต จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของสังคมโลกที่น่าเกรงขาม และเราอาจจะได้เห็นการปฏิวัติทางการเมือง หรือการยึดอำนาจทางการเมืองผ่านทางอินเทอร์เน็ตแบบในหนัง Sci-fi แทนการขนผู้คนมากิจม็อบตามถนนเป็นแน่ ต่อไปคงจะเป็น “ม็อบออนไลน์” กันแล้ว...

ขออภัยที่ออกนอกเรื่องไปเสียไกล เพราะในเวลานี้เราก็เริ่มเห็นพลังของชุมชนออนไลน์สำแดงอำนาจให้เห็นกันประปรายบ้างแล้ว และถ้าเราสามารถใช้ Social Media ในทางสร้างสรรค์ มันย่อมสร้างประโยชน์ได้มากมายแน่นอน โดยเฉพาะกับงาน HR เหล่าบรรดา “กูรู HR” อย่างเช่น Libby Sartain เจ้าแม่เรื่อง Employer Branding, Carmen Hudson ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสรรหาพนักงานตลอดจนเว็บไซต์ด้าน HR หลายเว็บไซต์ได้ออกมาประสานเสียงว่า ชาว HR ที่ทันสมัยต้องรีบอัพเดทตัวเองด่วนจี๋ ในการขจัดความกลัวเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วนำ Social Media มาเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน HR ในกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้คือ


   - การสร้างแบรนด์นายจ้าง (Employer Branding)
   - การสื่อสารและประชาสัมพันธ์กับพนักงานภายในองค์กร
 - การสรรหาและคัดเลือกพนักงานภายในและนอกองค์กร
 - การสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน
 - การค้นหาข้อมูลภายนอกเพื่อทำวิจัยด้าน HR เช่น แนวโน้มการพัฒนาพนักงาน การสำรวจแนวโน้มค่าตอบแทนพนักงานในธุรกิจต่างๆ
 - การพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน
 - การประเมินผลงานพนักงาน
 - การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กร (Organization Development and Change)
 - การให้รางวัลพนักงาน
 เห็นช่องทางในการนำ Social Media มาปรับปรุงงาน HR กันแล้ว เพราะฉะนั้น ก็อย่ารอช้ารีบหยิบไอเดียนี้ มาทำให้เป็นจริงเสียเลยนะคะ

 

 

มาชมกันแบบเต็มๆกับภาพเครื่อง iPhone 4 ตัวจริงแบบทุกซอกทุกมุมพร้อมกับ Spec อย่างเป็นทางการจาก Apple



ขาวใส ไร้ฝ้า งามแท้ด้วย สตีฟ จ๊อบส์ ไวเทนนิ่ง



ดูอย่างกับ iPod เลย ว่าไหม?



ของแท้ต้องมีสกรูน๊อตด้านล่าง ข้างช่อง connector



สวยใสแบบนี้ ถ้าวางไว้บนโต๊ะบ่อยๆสงสัย มีริ้วรอยเห็นชัดแน่ๆ



ขนาดพอดีมือ



บางๆเพราะ จ๊อบส์ จับไปลดความอ้วน เอวบางร่างน้อยแค่ 9.3 mm เท่านั้น ปุ่ม Volume ดูไม่ค่อยสวย



เส้นแบ่งเป็นขีด เพราะรอบตัวคือเสาอากาศนั่นเอง



บางจริงๆ



3GS หนาไปทันทีทันใด




ช่องใส่ SIM ด้านข้างครับ



ขนาดยังพอๆกับของเดิม



สงสัยงานนี้มีเสียเงินชัวร์เลย



 บอกลาหลังแบบกระดองเต่า



เชิญเป็นเจ้าของได้ในเร็วๆนี้



กล้องด้านหน้า จิ๋วมาก



 iOS4 ครับงานนี้




 







โดย mrpalm.com